KANJI BLUEPRINT
มอง “คันจิ” ให้เป็นเหมือน “จิ๊กซอว์”
เปลี่ยนความคิดจากขีดมั่วๆ ให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่ประกอบกันเป็นตัวอักษร

KANJI BLUEPRINT
มอง “คันจิ” ให้เป็นเหมือน “จิ๊กซอว์”

เปลี่ยนความคิดจากขีดมั่วๆ ให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่ประกอบกันเป็นตัวอักษร

Lesson 1 : รู้จักอักษรคันจิ 
3 หัวข้อ ・60 นาที

⏯︎ อักษรยุคเทพ Jindai moji (神代文字)
⏯︎ ต้นกำเนิดของอักษรคันจิ (漢字の原型)
⏯︎ พัฒนาการของอักษรคันจิ (和語・伝来語)

Lesson 2 : โครงสร้างอักษรคันจิ 
7 หัวข้อ ・60 นาที

⏯︎ วิธีการสร้างอักษรคันจิ
⏯︎ อักษรภาพ (象形文字)
⏯︎ อักษรแสดงสัญลักษณ์ (指事文字)
⏯︎ อักษรรวมความหมาย (会意文字)
⏯︎ อักษรรวมเสียงและความหมาย (形声文字)
⏯︎ อักษรเพิ่มความหมาย (転注文字)
⏯︎ อักษรยืมเสียง (仮借文字)

Lesson 3 : อักษรนำ (部首) 
2 หัวข้อ ・90 นาที

⏯︎ อักษรนำ (部首) ส่วนประกอบสำคัญที่แสดงความหมายของตัวอักษรคันจิ
⏯︎ ประเภทและตำแหน่งของอักษรนำ 7 ประเภท
  อยู่ทางด้านซ้ายของตัวอักษร เรียกว่า 偏 (へん) 
  อยู่ทางขวาของตัวอักษร เรียกว่า 旁 (つくり) 
  อยู่ทางด้านบนของตัวอักษร เรียกว่า 冠 (かん) 
  อยู่ทางด้านล่างของตัวอักษร เรียกว่า 脚 (あし) 
  อยู่ทางด้านบนและด้านซ้ายของตัวอักษร เรียกว่า 垂れ (たれ) 
  อยู่รอบตัวอักษร เรียกว่า 構え (かまえ) 
  อยู่ทางด้านซ้ายและด้านล่างของตัวอักษร เรียกว่า 繞 (にょう) 

Lesson 4 : สัญลักษณ์ทางเสียง (音記号・音符) 
5 หัวข้อ ・60 นาที

⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียง (音記号・音符) ส่วนที่ให้เสียง ที่ทำให้สามารถเดาเสียงอ่านของอักษรคันจิที่ไม่เคยพบมาก่อนได้อย่างถูกต้อง
⏯︎ ตำแหน่งของสัญลักษณ์ทางเสียง 6 ตำแหน่ง ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
  อยู่ด้านขวา
  อยู่ด้านซ้าย
  อยู่ในกรอบ
  อยู่ตรงกลาง
  อยู่ในกรอบด้านขวา
  อยู่ด้านล่าง
⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียงที่มีเสียงเดียว ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียงที่มีหลายเสียง ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
⏯︎ การแยกอักษรนำ (部首) และสัญลักษณ์ทางเสียง (音記号) ออกจากกัน

Lesson 5 : เสียงอ่านแบบจีน (音読み) และเสียงอ่านแบบญี่ปุ่น(訓読み)
3 หัวข้อ ・60 นาที

⏯︎ เสียงอ่านแบบจีน (音読み) เสียงขุ่น (เสียงกึ่งขุ่น) เสียงยาว เสียงสะดุด (เสียงกัก) เสียงควบ และเสียงนาสิก
  โกะอง (呉音)
  คังอง (漢音)
  โทอง (唐音)
  เสริม: คังโยอง (慣用音)
⏯︎ เสียงอ่านแบบญี่ปุ่น (訓読み)
  การอ่านคำประสมแบบญี่ปุ่น (熟字訓)
  การยืมเสียง (当て字・借字)
⏯︎ การอ่านแบบผสม
  พยางค์แรกอ่านแบบจีน พยางค์สองอ่านแบบญี่ปุ่น (重箱)
  พยางค์แรกอ่านแบบญี่ปุ่น พยางค์สองอ่านแบบจีน (湯桶)
  เสริม: คันจิที่อ่านได้ทั้งแบบจีนและแบบญี่ปุ่น

Lesson 6 : อักษรที่ญี่ปุ่นคิดค้นเอง (国字・和製漢字) 
4 หัวข้อ ・60 นาที

⏯︎ อักษรที่ญี่ปุ่นคิดค้นเอง(国字・和製漢字)มีรูปร่างเหมือนอักษรจีน ไม่ได้รับมาจากจีนแต่คิดค้นหลังจากรับระบบคันจิมาจากจีนแล้ว
⏯︎ วิธีการสร้างตัวอักษร กฎการสร้างตัวอักษร 国字
⏯︎ อักษรสำคัญที่ควรรู้ รวมตัวอย่างอักษร 国字 ที่พบบ่อย
⏯︎ ขอบเขตในการใช้งานตัวอักษร

Lesson 7 : คำประสม (熟語・複合語) 
6 หัวข้อ ・90 นาที

⏯︎ คำประสม(熟語・複合語)คำเดี่ยว 2 คำขึ้นไปมารวมกัน ทำให้เกิดคำใหม่ โดยมีเค้าโครงความหมายเดิมหรืออาจทำให้เกิดความหมายใหม่ขึ้น
  การประสมของคำญี่ปุ่นแท้(和語の複合語)เช่น 山道
  การประสมคำของคำจีน(漢語の複合語)เช่น 女子高生
  การประสมของคำญี่ปุ่นแท้กับคำจีน(和語と漢語の複合語)เช่น 運動靴
⏯︎ โครงสร้างของคำประสม
  คำหน้าทำหน้าที่ขยายความคำหลัง
  คำหน้ามีความหมายตรงกันข้ามกับคำหลัง
  คำหน้ามีความหมายใกล้เคียงกับคำหลัง
  คำหน้าทำหน้าที่เป็นกรรม ส่วนคำหลังเป็นคำกริยา ตามลักษณะไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
  คำหน้าเป็นคำกริยา ส่วนคำหลังทำหน้าที่เป็นกรรม ตามหลักไวยากรณ์ภาษาจีน
  คำหน้ากับคำหลังเป็นอักษรตัวเดียวกัน จึงใช้เครื่องหมาย 々 แทนการซ้ำคำ
⏯︎ คำประสมที่มักถูกแทนที่ด้วยฮิรางานะ
⏯︎ คำประสม 4 ตัวอักษร(四字熟語)คำที่เกิดจากการนำอักษร 4 ตัวมารวมกัน มีความหมายร่วมกัน โดยอาจมีเค้าความหมายเดิมและมีความหมายเปลี่ยนไปก็ได้
  ประเภทความหมายทั่วไป
  ประเภทความหมายเฉพาะ
⏯︎ อุปสรรคของคำประสม(接頭辞)ส่วนที่เอาไว้วางหน้าศัพท์ ทำให้ความหมายของคำนั้นมีความหมายเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป
  無〜
  未〜
  非〜
  不〜
⏯︎ ปัจจัยของคำประสม(接尾辞)ส่วนที่เอาไว้วางหลังศัพท์ ทำให้ความหมายของคำนั้น มีความหมายเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป
  〜的
  〜性
  〜化
  〜外
  〜感
  〜力
  〜観
  〜上
  〜中

รายละเอียดแต่ละบทเรียน
รวมทั้งหมด 7 Lessons ความยาว 10 ชั่วโมง 42 นาที

Lesson 1 : รู้จักอักษรคันจิ 
3 หัวข้อ ・20 นาที

⏯︎ อักษรยุคเทพ Jindai moji (神代文字)
⏯︎ ต้นกำเนิดของอักษรคันจิ (漢字の原型)
⏯︎ พัฒนาการของอักษรคันจิ (和語・伝来語)

Lesson 2 : โครงสร้างอักษรคันจิ 
7 หัวข้อ ・70 นาที

⏯︎ วิธีการสร้างอักษรคันจิ
⏯︎ อักษรภาพ (象形文字)
⏯︎ อักษรแสดงสัญลักษณ์ (指事文字)
⏯︎ อักษรรวมความหมาย (会意文字)
⏯︎ อักษรรวมเสียงและความหมาย (形声文字)
⏯︎ อักษรเพิ่มความหมาย (転注文字)
⏯︎ อักษรยืมเสียง (仮借文字)

Lesson 3 : อักษรนำ (部首) 
2 หัวข้อ ・90 นาที

⏯︎ อักษรนำ (部首) ส่วนประกอบสำคัญที่แสดงความหมายของตัวอักษรคันจิ
⏯︎ ประเภทและตำแหน่งของอักษรนำ 7 ประเภท
  อยู่ทางด้านซ้ายของตัวอักษร เรียกว่า 偏 (へん) 
  อยู่ทางขวาของตัวอักษร เรียกว่า 旁 (つくり) 
  อยู่ทางด้านบนของตัวอักษร เรียกว่า 冠 (かん) 
  อยู่ทางด้านล่างของตัวอักษร เรียกว่า 脚 (あし) 
  อยู่ทางด้านบนและด้านซ้ายของตัวอักษร เรียกว่า 垂れ (たれ) 
  อยู่รอบตัวอักษร เรียกว่า 構え (かまえ) 
  อยู่ทางด้านซ้ายและด้านล่างของตัวอักษร เรียกว่า 繞 (にょう) 

Lesson 4 : สัญลักษณ์ทางเสียง (音記号・音符) 
5 หัวข้อ ・100 นาที

⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียง (音記号・音符) ส่วนที่ให้เสียง ที่ทำให้สามารถเดาเสียงอ่านของอักษรคันจิที่ไม่เคยพบมาก่อนได้อย่างถูกต้อง
⏯︎ ตำแหน่งของสัญลักษณ์ทางเสียง 6 ตำแหน่ง ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
  อยู่ด้านขวา
  อยู่ด้านซ้าย
  อยู่ในกรอบ
  อยู่ตรงกลาง
  อยู่ในกรอบด้านขวา
  อยู่ด้านล่าง
⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียงที่มีเสียงเดียว ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียงที่มีหลายเสียง ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
⏯︎ การแยกอักษรนำ (部首) และสัญลักษณ์ทางเสียง (音記号) ออกจากกัน

Lesson 5 : เสียงอ่านแบบจีน (音読み) และเสียงอ่านแบบญี่ปุ่น(訓読み) 
3 หัวข้อ ・90 นาที

⏯︎ เสียงอ่านแบบจีน (音読み) เสียงขุ่น (เสียงกึ่งขุ่น) เสียงยาว เสียงสะดุด (เสียงกัก) เสียงควบ และเสียงนาสิก
  โกะอง (呉音)
  คังอง (漢音)
  โทอง (唐音)
  เสริม: คังโยอง (慣用音)
⏯︎ เสียงอ่านแบบญี่ปุ่น (訓読み)
  การอ่านคำประสมแบบญี่ปุ่น (熟字訓)
  การยืมเสียง (当て字・借字)
⏯︎ การอ่านแบบผสม
  พยางค์แรกอ่านแบบจีน พยางค์สองอ่านแบบญี่ปุ่น (重箱)
  พยางค์แรกอ่านแบบญี่ปุ่น พยางค์สองอ่านแบบจีน (湯桶)
  เสริม: คันจิที่อ่านได้ทั้งแบบจีนและแบบญี่ปุ่น

Lesson 6 : อักษรที่ญี่ปุ่นคิดค้นเอง (国字・和製漢字) 
4 หัวข้อ ・80 นาที

⏯︎ อักษรที่ญี่ปุ่นคิดค้นเอง(国字・和製漢字)มีรูปร่างเหมือนอักษรจีน ไม่ได้รับมาจากจีนแต่คิดค้นหลังจากรับระบบคันจิมาจากจีนแล้ว
⏯︎ วิธีการสร้างตัวอักษร กฎการสร้างตัวอักษร 国字
⏯︎ อักษรสำคัญที่ควรรู้ รวมตัวอย่างอักษร 国字 ที่พบบ่อย
⏯︎ ขอบเขตในการใช้งานตัวอักษร

Lesson 7 : คำประสม (熟語・複合語) 
6 หัวข้อ ・200 นาที

⏯︎ คำประสม(熟語・複合語)คำเดี่ยว 2 คำขึ้นไปมารวมกัน ทำให้เกิดคำใหม่ โดยมีเค้าโครงความหมายเดิมหรืออาจทำให้เกิดความหมายใหม่ขึ้น
  การประสมของคำญี่ปุ่นแท้(和語の複合語)เช่น 山道
  การประสมคำของคำจีน(漢語の複合語)เช่น 女子高生
  การประสมของคำญี่ปุ่นแท้กับคำจีน(和語と漢語の複合語)เช่น 運動靴
⏯︎ โครงสร้างของคำประสม
  คำหน้าทำหน้าที่ขยายความคำหลัง
  คำหน้ามีความหมายตรงกันข้ามกับคำหลัง
  คำหน้ามีความหมายใกล้เคียงกับคำหลัง
  คำหน้าทำหน้าที่เป็นกรรม ส่วนคำหลังเป็นคำกริยา ตามลักษณะไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
  คำหน้าเป็นคำกริยา ส่วนคำหลังทำหน้าที่เป็นกรรม ตามหลักไวยากรณ์ภาษาจีน
  คำหน้ากับคำหลังเป็นอักษรตัวเดียวกัน จึงใช้เครื่องหมาย 々 แทนการซ้ำคำ
⏯︎ คำประสมที่มักถูกแทนที่ด้วยฮิรางานะ
⏯︎ คำประสม 4 ตัวอักษร(四字熟語)คำที่เกิดจากการนำอักษร 4 ตัวมารวมกัน มีความหมายร่วมกัน โดยอาจมีเค้าความหมายเดิมและมีความหมายเปลี่ยนไปก็ได้
  ประเภทความหมายทั่วไป
  ประเภทความหมายเฉพาะ
⏯︎ อุปสรรคของคำประสม(接頭辞)ส่วนที่เอาไว้วางหน้าศัพท์ ทำให้ความหมายของคำนั้นมีความหมายเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป
  無〜
  未〜
  非〜
  不〜
⏯︎ ปัจจัยของคำประสม(接尾辞)ส่วนที่เอาไว้วางหลังศัพท์ ทำให้ความหมายของคำนั้น มีความหมายเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป
  〜的
  〜性
  〜化
  〜外
  〜感
  〜力
  〜観
  〜上
  〜中