KANJI BLUEPRINT

เข้าใจโครงสร้างคันจิใน 30 วัน เลิกท่องจำทีละตัว
มองคันจิให้เป็นเหมือน “จิ๊กซอว์” ที่ประกอบกันเป็นตัวอักษร


คันจิ คัดแล้วคัดอีกตั้งหลายรอบ แต่สุดท้าย… ก็ลืมอยู่ดี!
นั่นไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เรายังไม่เข้าใจโครงสร้างคันจิต่างหาก

เข้าใจโครงสร้างคันจิใน 30 วัน เลิกท่องจำทีละตัว
มองคันจิให้เป็นเหมือน “จิ๊กซอว์”
ที่ประกอบกันเป็นตัวอักษร


คันจิ คัดแล้วคัดอีกตั้งหลายรอบ แต่สุดท้าย… ก็ลืมอยู่ดี! นั่นไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เรายังไม่เข้าใจโครงสร้างคันจิต่างหาก

เพิ่งเริ่มเรียนคันจิได้ไม่นานก็ไม่ต้องกังวล เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน
เรียนคันจิแบบมีระบบกับเราช่วยเสริมรากฐานที่มั่นคงในการเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะยาว

คอร์สนี้เหมาะสำหรับ

ราคาคอร์ส


KANJI BLUPRINT

เรียนคอร์สนี้ได้อะไรบ้าง

รู้จักอักษรคันจิ
เรียนรู้ต้นกำเนิด ที่มา และพัฒนาการอักษรญี่ปุ่น

รู้จักวิธีการสร้างอักษรคันจิ
สามารถแยกองค์ประกอบคันจิแต่ละตัวได้เบื้องต้น

รู้ความหมายคันจิคร่าวๆ ได้
สามารถคาดเดาความหมายคันจิได้ในระดับพื้นฐาน แม้ไม่เคยเห็นมาก่อน

สามารถเดาเสียงอ่านคันจิได้จากสัญลักษณ์ทางเสียง
สามารถคาดเดาเสียงอ่านคันจิในระดับพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง

รู้เทคนิคการแยกเสียงอ่านคันจิทั้งเสียงจีนและญี่ปุ่นแบบไม่สับสน
เสียงอ่านแตกต่างกันแม้คันจิตัวเดียวกัน

รู้จักคันจิที่ญี่ปุ่นคิดค้นขึ้นเอง
อักษรมีความคล้ายคลึงกับอักษรจีน แต่ไม่ได้นำมาจากจีน

รู้จักคำประสม
การนำคำสองคำขึ้นไปมารวมกัน ทำให้เกิดคำและความหมายใหม่ขึ้น

บทเรียนทั้งหมด
รวมทั้งหมด 7 Lessons

Lesson 1 : รู้จักอักษรคันจิ
Lesson 2 : โครงสร้างอักษรคันจิ
Lesson 3 : อักษรนำ (部首) 
Lesson 4 : สัญลักษณ์ทางเสียง (音記号・音符) 

⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียง (音記号・音符) ส่วนที่ให้เสียง ที่ทำให้สามารถเดาเสียงอ่านของอักษรคันจิที่ไม่เคยพบมาก่อนได้อย่างถูกต้อง
⏯︎ ตำแหน่งของสัญลักษณ์ทางเสียง 6 ตำแหน่ง ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
 ☉ อยู่ด้านขวา
 ☉ อยู่ด้านซ้าย
 ☉ อยู่ในกรอบ
 ☉ อยู่ตรงกลาง
 ☉ อยู่ในกรอบด้านขวา
 ☉ อยู่ด้านล่าง
⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียงที่มีเสียงเดียว ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
⏯︎ สัญลักษณ์ทางเสียงที่มีหลายเสียง ยกตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
⏯︎ การแยกอักษรนำ (部首) และสัญลักษณ์ทางเสียง (音記号) ออกจากกัน

Lesson 5 : เสียงอ่านแบบจีน (音読み) และเสียงอ่านแบบญี่ปุ่น(訓読み)

⏯︎ เสียงอ่านแบบจีน (音読み) เสียงขุ่น (เสียงกึ่งขุ่น) เสียงยาว เสียงสะดุด (เสียงกัก) เสียงควบ และเสียงนาสิก
 ☉ โกะอง (呉音)
 ☉ คังอง (漢音)
 ☉ โทอง (唐音)
 ☉ เสริม: คังโยอง (慣用音)
⏯︎ เสียงอ่านแบบญี่ปุ่น (訓読み)
 ☉ การอ่านคำประสมแบบญี่ปุ่น (熟字訓)
 ☉ การยืมเสียง (当て字・借字)
⏯︎ การอ่านแบบผสม
 ☉ พยางค์แรกอ่านแบบจีน พยางค์สองอ่านแบบญี่ปุ่น (重箱)
 ☉ พยางค์แรกอ่านแบบญี่ปุ่น พยางค์สองอ่านแบบจีน (湯桶)
 ☉ เสริม: คันจิที่อ่านได้ทั้งแบบจีนและแบบญี่ปุ่น

Lesson 6 : อักษรที่ญี่ปุ่นคิดค้นเอง (国字・和製漢字) 

⏯︎ อักษรที่ญี่ปุ่นคิดค้นเอง(国字・和製漢字)มีรูปร่างเหมือนอักษรจีน ไม่ได้รับมาจากจีนแต่คิดค้นหลังจากรับระบบคันจิมาจากจีนแล้ว
⏯︎ วิธีการสร้างตัวอักษร กฎการสร้างตัวอักษร 国字
⏯︎ อักษรสำคัญที่ควรรู้ รวมตัวอย่างอักษร 国字 ที่พบบ่อย
⏯︎ ขอบเขตในการใช้งานตัวอักษร

Lesson 7 : คำประสม (熟語・複合語) 

⏯︎ คำประสม(熟語・複合語)คำเดี่ยว 2 คำขึ้นไปมารวมกัน ทำให้เกิดคำใหม่ โดยมีเค้าโครงความหมายเดิมหรืออาจทำให้เกิดความหมายใหม่ขึ้น
 ☉ การประสมของคำญี่ปุ่นแท้(和語の複合語)เช่น 山道
 ☉ การประสมคำของคำจีน(漢語の複合語)เช่น 女子高生
 ☉ การประสมของคำญี่ปุ่นแท้กับคำจีน(和語と漢語の複合語)เช่น 運動靴
⏯︎ โครงสร้างของคำประสม
 ☉ คำหน้าทำหน้าที่ขยายความคำหลัง
 ☉ คำหน้ามีความหมายตรงกันข้ามกับคำหลัง
 ☉ คำหน้ามีความหมายใกล้เคียงกับคำหลัง
 ☉ คำหน้าทำหน้าที่เป็นกรรม ส่วนคำหลังเป็นคำกริยา ตามลักษณะไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
 ☉ คำหน้าเป็นคำกริยา ส่วนคำหลังทำหน้าที่เป็นกรรม ตามหลักไวยากรณ์ภาษาจีน
 ☉ คำหน้ากับคำหลังเป็นอักษรตัวเดียวกัน จึงใช้เครื่องหมาย 々 แทนการซ้ำคำ
⏯︎ คำประสมที่มักถูกแทนที่ด้วยฮิรางานะ
⏯︎ คำประสม 4 ตัวอักษร(四字熟語)คำที่เกิดจากการนำอักษร 4 ตัวมารวมกัน มีความหมายร่วมกัน โดยอาจมีเค้าความหมายเดิมและมีความหมายเปลี่ยนไปก็ได้
 ☉ ประเภทความหมายทั่วไป
 ☉ ประเภทความหมายเฉพาะ
⏯︎ อุปสรรคของคำประสม(接頭辞)ส่วนที่เอาไว้วางหน้าศัพท์ ทำให้ความหมายของคำนั้นมีความหมายเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป
 ☉ 無〜
 ☉ 未〜
 ☉ 非〜
 ☉ 不〜
⏯︎ ปัจจัยของคำประสม(接尾辞)ส่วนที่เอาไว้วางหลังศัพท์ ทำให้ความหมายของคำนั้น มีความหมายเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป
 ☉ 〜的
 ☉ 〜性
 ☉ 〜化
 ☉ 〜外
 ☉ 〜感
 ☉ 〜力
 ☉ 〜観
 ☉ 〜上
 ☉ 〜中

“คันจิ” ไม่ได้ยากเพียงเพราะเรา “ไม่เก่ง”
แต่มันยากเพราะเราถูกสอนให้ “คัดและจำ” ก่อนที่จะเข้าใจมัน